“ต้อกระจก” เป็นโรคที่เกิดจากการขุ่นของเลนส์ตา ส่งผลให้การมองเห็นของผู้ป่วยค่อย ๆ แย่ลงอย่างช้า ๆ โดยที่ในระยะแรกอาการอาจไม่รุนแรงมากนัก จนหลายคนละเลยและไม่ได้เข้ารับการตรวจรักษา จนโรคลุกลามถึงขั้นต้องผ่าตัดหรืออาจสูญเสียการมองเห็นถาวรได้
ดังนั้น การรู้เท่าทัน อาการเริ่มต้นของต้อกระจก จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้สามารถวินิจฉัยและเข้ารับการรักษาได้ทันเวลา
อาการเริ่มต้นของต้อกระจก
แม้อาการจะค่อยเป็นค่อยไป แต่มีสัญญาณเตือนที่ควรสังเกต ดังนี้:
1. มองเห็นไม่ชัด เหมือนมีหมอกบางบังตา
ผู้ป่วยจะรู้สึกว่าภาพที่มองเห็นเบลอ โดยเฉพาะเวลามองสิ่งของที่มีแสงสว่าง เช่น ป้ายจราจรตอนกลางคืน หรืออ่านหนังสือในที่มีแสงจ้า
2. ไวต่อแสง (Photophobia)
เมื่อดวงตาเริ่มมีปัญหา แสงแดดหรือแสงไฟอาจทำให้แสบตา ระคายเคือง หรือมองเห็นไม่สบายตา เช่น แสงจากไฟรถในเวลากลางคืนจะสว่างเกินไปจนมองไม่ถนัด
3. มองเห็นซ้อน (Double Vision)
แม้จะเป็นเพียงช่วงแรก แต่บางคนอาจรู้สึกว่าภาพที่เห็นมีลักษณะซ้อน โดยเฉพาะเมื่อมองด้วยตาข้างเดียว
4. มองเห็นสีผิดเพี้ยนหรือสีจางลง
เมื่อเลนส์ตามีความขุ่น มักจะส่งผลให้การรับรู้สีเปลี่ยนไป เช่น สีสดกลายเป็นสีหม่น หรือสีเทา ทำให้ไม่สามารถแยกเฉดสีบางสีได้อย่างแม่นยำ
5. ต้องเปลี่ยนแว่นบ่อยแต่ยังมองไม่ชัด
ผู้ที่เริ่มมีภาวะต้อกระจกอาจพบว่าแว่นสายตาไม่ช่วยให้การมองเห็นดีขึ้น แม้จะเปลี่ยนเลนส์หลายครั้ง สุดท้ายแล้วจะยังรู้สึกไม่ชัดเหมือนเดิม
6. เห็นแสงกระจาย หรือวงแสงรอบดวงไฟ
โดยเฉพาะในตอนกลางคืน ผู้ป่วยอาจเห็นไฟถนนหรือไฟรถเป็นวงกระจายรอบดวง คล้ายแสงแตกฟุ้ง ไม่เป็นจุดที่คมชัดเหมือนคนปกติ
7. มองเห็นดีขึ้นชั่วคราวในบางช่วง (Second Sight)
บางคนจะรู้สึกว่าตนเองมองเห็นชัดขึ้นเป็นระยะ ๆ ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเลนส์ตาทำให้มีผลคล้ายเลนส์นูน (คล้ายกับสายตาสั้นชั่วคราว) แต่เป็นอาการที่หลอกตา และมักนำไปสู่อาการแย่ลงในภายหลัง

กลุ่มเสี่ยงที่ควรสังเกตอาการต้อกระจกอย่างใกล้ชิด
- ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป
- ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง
- ผู้ที่เคยได้รับอุบัติเหตุทางตา
- ผู้ที่ได้รับยาสเตียรอยด์ต่อเนื่อง
- คนที่ทำงานกลางแดด หรือเจอแสงจ้าเป็นประจำ
- ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นต้อกระจก
อาการต้อกระจกในแต่ละระยะ
ตามข้อมูลจาก กรมการแพทย์ ระบุว่าต้อกระจกมีระยะการดำเนินโรค ดังนี้:
- ระยะเริ่มต้น – มีอาการพร่ามัวเล็กน้อย มองเห็นแสงกระจาย
- ระยะกลาง – อาการชัดเจนขึ้น ต้องเปลี่ยนแว่นบ่อย มองเห็นแสงแตก
- ระยะรุนแรง – เลนส์ขุ่นมาก มองไม่เห็นแม้ในที่แสงจ้า อาจต้องเข้ารับการผ่าตัด
การรู้และเฝ้าระวังอาการในระยะแรกจะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน
เมื่อใดควรพบจักษุแพทย์?
- หากมีอาการที่กล่าวข้างต้นเกิดขึ้นต่อเนื่อง 2–3 สัปดาห์
- สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของการมองเห็นอย่างชัดเจน
- เคยเป็นโรคตาอื่นมาก่อน เช่น ต้อหิน หรือจอประสาทตาเสื่อม
- อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่กล่าวไปข้างต้น
อย่ารอให้สายตาเสียจนแก้ไขไม่ได้ การพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจเลนส์ตาโดยตรงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการวินิจฉัยโรคต้อกระจกตั้งแต่เนิ่น ๆ

ต้อกระจก ค่อยๆพัฒนาอาการ หากสงสัย อย่าปล่อยไว้
ต้อกระจก ไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่พัฒนาอย่างช้า ๆ ด้วยอาการที่ดูเหมือนไม่รุนแรง แต่สามารถส่งผลร้ายแรงได้หากปล่อยไว้ การรู้จักและใส่ใจอาการเริ่มต้น เช่น การมองเห็นพร่ามัว แพ้แสง หรือมองเห็นสีผิดเพี้ยน เป็นก้าวสำคัญในการรักษาสายตาให้ดีไปได้นาน